เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Pronouns ตอนที่ 10

1. นามที่จะเอา that ไปเป็นประพันธ์สรรพนามได้ นามตัวนั้นจะต้องมีคุณศัพท์ขั้นสูงสุด (Superlative Degree) มาอยู่ข้างหน้า แล้วจึงใช้ that ไปเป็น Relative Pronoun ได้ เช่น

Sayan Sanya is the most famous singer that I have known well.

สายัณห์ สัญญา เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่ผมได้รู้จักดี

2. นามตัวนั้นต้องมีเลขนับจำนวนที่ (Ordinal Number) มาขยายอยู่ข้างหน้า แล้วจึงใช้ that เป็นประพันธ์สรรพนามแทนได้ เช่น

China is the first country that I am going to visit.

จีนเป็นประเทศแรกที่ผมจะไปเที่ยว

She is the second lady that he failed in love.

หล่อนเป็นสตรีคนที่ 2 ที่เขาตกหลุมรัก

3. นามตัวนั้นต้องมีคุณศัพท์บอกปริมาณ (Quantitative Adjective) ได้แก่ much, many, little, etc. มาขยายอยู่ข้างหน้า แล้วจึงจะใช้ that ไปเป็นประพันธ์สรรพนามได้ เช่น

Somsak has many pens that he gives me.

สมศักดิ์มีปากกามากที่เขาจะให้ผม

I have little ink that I share you.

ผมมีน้ำหมึกอยู่นิหน่อยที่จะแบ่งให้คุณ

4. ใช้ that เป็น Relative Pronoun แทนสรรพนามผสมต่อไปนี้ได้ ในกรณีที่มีสรรพนามผสมคำใดคำหนึ่งวางอยู่ข้างหน้าได้แก่ someone, somebody, something, somewhere, anyone, anybody, anything, anywhere, everyone, everything, no one, nothing, etc. เช่น

There is nothing that I can do for you.

ไมมีอะไรที่ผมจะช่วยคุณได้

(ใช้ that แทนได้ เพราะหน้า that เป็นคำสรรพนามผสม)

She has everything that she gives me.

หล่อนมีทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อนจะให้ผมได้

(ใช้ that แทนได้ เพราะหน้า that เป็นคำสรรพนามผสม)

7. Reflexive Pronoun แปลว่า “สรรพนามสะท้อน” หรือบางครั้งจะเรียกว่า Emphatic Pronoun (สรรพนามเน้น) ก็ได้ สรรพนามสะท้อน (หรือเน้น) ถ้ามองให้ลึกซึ้งแล้วหาใช่คำมาจากที่ไหนแท้ที่จริงแล้วก็ได้แก่ บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun) รูปที่ 5 นั่นเอง ได้แก่

Myself, ourselves, yourself, yourselves, himself, herself, itself, และ themselves คำเหล่านี้เรียกว่า “สรรพนามสะท้อน” หรือ สรรพนามเน้น” เวลาพูดหรือเขียนมีวิธีใช้อยู่ 4 อย่างคือ

1. ให้เรียงไว้หลังประธานหรือชิดตัวประธาน เมื่อผู้พูดต้องการจะเน้นให้เห็นว่า ประธาน เป็นผู้กระทำกิจนั้นๆ ด้วยตัวเขาเอง ไม่ใช่คนอื่นมาทำให้ เช่น

I myself will do it.

ฉันเองจะทำมัน

He himself did it yesterday.

เขาเองได้ทำเมื่อวานนี้

The themselves close the windows every day.

พวกเขาเองปิดหน้าต่างทุกๆวัน

2. ใช้เรียงไว้หลังกริยาได้ เมื่อผลการกระทำของกริยาตัวนั้นตกให้แก่ผู้กระทำเอง (ขอให้สังเกตไว้ด้วยว่า ผู้กระทำกับผู้รับผลกระทำ ต้องเป็นบุคคลเดียวกันตามกฎข้อที่ 2 นี้) เช่น

The man in this room shot himself last night.

ผู้ชายที่อยู่ในห้องนี้ยิงตัวตายเมื่อคืนที่ผ่านมา

We enjoy ourselves at the seaside.

พวกเราสนุกสนานกันที่ชายทะเล

3. เมื่อต้องการเน้นกรรมใด ให้เรียงไว้หลังกรรมนั้นทุกครั้ง ไป เช่น

I spoke to the Prime Minister himself.

ผมได้พูดกับตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง

Winai was told by the teacher himself.

วินัยได้รับการบอกเล่าจากตัวครูเอง

4. ให้เรียงไว้หลังบุรพบท “by” ได้ เมื่อต้องการจะชี้ให้เห็นว่า ประธานเป็นผู้กระทำกิจนั้นโดยลำพังคนเดียว ไม่มีใครช่วยทำ เช่น

I made this table by myself.

ผมได้ทำโต๊ะตัวนี้ด้วยตัวผมเอง

She lived here by herself.

หล่อนอยู่ที่นี่โยลำพังคนเดียว

8.8 Distributive Pronoun แปลว่า “วิภาคสรรพนาม” ได้แก่ สรรพนามที่ใช้แทนนามเพื่อการแบ่งแยก, จำแนกออกเป็นครั้งหนึ่ง, สิ่งหนึ่ง, ตัวใดตัวหนึ่ง Distributive Pronoun ที่นิยมใช้กันมากคือ each (แต่ละ) either (คนใดคนหนึ่ง, สิ่งใดสิ่งหนึ่ง), neither (ไม่ทั้งสองอย่าง) เช่น

There are many tourists coming here every day. Each has a camera.

มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเที่ยวทีนี่ทุกๆวัน แต่ละคนมีกล้องถ่ายรูปกันทั้งนั้น

Either of two workers can go outside.

คนงาน 2 คน ออกไปข้างนอกได้คนเดียว

Neither of them were granted to live in China.

พวกเขาไม่มีผู้ใดเลยที่ได้รับอนุญาตให้ไปอยู่ประเทศจีน

อนึ่ง Distributive Pronoun ขอให้สังเกตไว้ด้วยว่า ถ้าใช้แต่มันโดยลำพังก็เป็นสรรพนาม (Pronoun) แต่ถ้าใช้โดยมีนามอื่นตามหลังก็กลายเป็นคุณศัพท์ไป (Adjective) เช่น

เป็น Adjective เพราะมีนามตามหลัง

เป็น Pronoun เพราะไม่มีนามตามหลัง

Each boy receives a reward.
เด็กแต่ละคนได้รับรางวัล

Each of men has much money.
ผู้ชายแต่ละคนมีเงินมาก

Either car is very expensive.
รถยนต์แต่ละคันมีราคาแพง

Either of girls is beautiful.
เด็กหญิงแต่ละคนสวยทั้งนั้น